Latest News /
Registration for CFA Prep Courses for June 2019 Exam (Levels I, II, and III) are Now Available. Seat is Limited, please register in advance.
Single license (SIC) Program

About SIC

“ประตูสู่อาชีพ Securities Investment Consultant

Single License (SL) คืออะไร?

Single License หรือ หลักสูตรผู้แนะนำการลงทุนด้านหลักทรัพย์ (ตราสารหนี้ ตราสารทุน กองทุน) คือ ใบอนุญาตของผู้ประกอบวิชาชีพ Investment Consultant หรือที่เรียกกันว่า “Broker” ซึ่งถ้าสอบผ่านสามารถเอาไปขึ้นทะเบียนกับทาง กลต.เพื่อประกอบวิชาชีพผู้แนะนำการลงทุนด้านหลักทรัพย์ได้

 จำเป็นต้องสอบหรือไม่?

ถ้าตั้งเป้าหมายในเริ่มทำงานในสายการเงินด้วยการเป็น Investment Consultant หรือ Broker ก็จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย ถ้าสอบไม่ผ่าน นั่นหมายถึงจะประกอบวิชาชีพนี้ไม่ได้เนื่องจากกฎระเบียบของ กลต. แต่อีกนัยหนึ่ง ถ้าตั้งเป้าหมายที่จะเป็น Financial Analyst หรือ Fund Manager สามารถเลือกสอบ CISA ได้ หรือถ้าไม่ติดปัญหาเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษ สามารถเลือกสอบ Certificate สากลอย่าง CFA ไปเลยยิ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้สอบ เมื่อสอบผ่าน CISA หรือ CFA Level I ก็สามารถขึ้นทะเบียนเป็น Financial Analyst ได้แล้ว ดูหลักสูตรนี้

จะสอบเมื่อไหร่ดี?

ธรรมชาติของการแข่งขันเพื่อเข้าสู่สายงานวิชาชีพต่างๆ การมีอะไรพิเศษมากกว่าคนอื่นย่อมเป็นผลดีต่อตัวเรา โดยเฉพาะตำแน่งงานทางการเงินที่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพพิเศษไว้การันตีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน อย่างเช่น ผู้แนะนำการลงทุนด้านหลักทรัพย์ หรือรู้จักกันโดยทั่วไปว่า “Broker” นั้น ก็เช่นเดียวกัน ถ้าสอบได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะนั่นหมายถึง โอกาสที่จะมาก่อนคนอื่นๆ

ทั้งนี้ จังหวะที่ดีที่สุดที่ควรจะสอบคือ ปริญญาตรีปี 4 เพราะเมื่อจบออกไป แล้วสมัครงานก็มี Single License ประดับตัวทันที เมื่อไหร่ก็ตามที่บริษัทหลักทรัพย์ระบุว่า “ถ้ามี Single License จะพิจารณาเป็นพิเศษ” ก็จะเป็นผลดีต่อเรา มีโอกาสได้งานมากกว่าคนอี่นๆ ที่ยังไม่สอบหรือยังไม่ได้ License นี้

Recommendation

หลังจากสอบ Single License ผ่านแล้ว ถ้าอยากทำงานเกี่ยวกับบริษัทหลักทรัพย์ แนะนำให้สอบ  Derivative License อีกใบ เพื่อที่จะสามารถแนะนำการลงทุนให้กับลูกค้าในตราสารอนุพันธ์ได้ เช่น Gold Future, Set 50, Index Future หรือ Stock Future เป็นต้น เตรียมตัวเพิ่มอีกนิดหน่อยก็สามารถสอบอีกหนึ่ง License เพื่อเพิ่ม Value ให้กับตัวเองในการประกอบวิชาชีพนี้ได้แล้ว

รายละเอียดการสอบ

ลักษณะข้อสอบ :    Multiple Choice 4 ตัวเลือก
ลักษณะการสอบ :  สอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (ระบบจะ random ข้อสอบให้เองอัตโนมัติ)
จำนวนข้อสอบ :     120 ข้อ

หมวดที่ 1  ออกข้อสอบ 35 ข้อ
หมวดที่ 2  ออกข้อสอบ 25 ข้อ
หมวดที่ 3  ออกข้อสอบ 60 ข้อ

ระยะเวลาในการทำข้อสอบ : 3 ชั่วโมง (ใช้เวลาเฉลี่ยข้อละ 1.5 นาที)
ค่าธรรมเนียมสอบ : 1,000 บาท
หลักเกณฑ์การผ่านการทดสอบผู้เข้าทดสอบต้องทำคะแนนได้อย่างน้อย 70% โดยบังคับผ่านหมวด 2 ดังนั้น ถ้าทำคะแนนหมวด 2 ได้ไม่ถึงเกณฑ์ ก็จะถือว่าสอบไม่ผ่านทันที